เมื่อหนี้นอกระบบกลายเป็นทางเลือกสุดท้าย ในสังคมที่ค่าครองชีวิตพุ่งสูงและค่านิยมการแสดงออกทางสังคมกดดันหนัก หลายคนพบว่าตัวเองติดกับดักหนี้สินโดยไม่รู้ตัว การรักษาหน้าตาและสถานภาพทางสังคมกลายเป็นภาระที่หนักกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้าน ซื้อรถเ
พื่อแสดงความมั่นคง หรือค่าใช้จ่ายในงานบุญงานประเพณีที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ สิ่งเหล่านี้สะสมเป็น "ภาษีสังคม" ที่กัดเซาะรายได้เดือนต่อเดือน จนในที่สุดต้องพึ่เมื่อหนี้นอกระบบกลายเป็นทางเลือกสุดท้าย ในสังคมที่ค่าครองชีวิตพุ่งสูงและค่านิยมการแสดงออกทางสังคมกดดันหนัก หลายคนพบว่าตัวเองติดกับดักหนี้สินโดยไม่รู้ตัว การรักษาหน้าตาและสถานภาพทางสังคมกลายเป็นภาระที่หนักกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้าน ซื้อรถเพื่อแสดงความมั่นคง หรือค่าใช้จ่ายในงานบุญงานประเพณีที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ สิ่งเหล่านี้สะสมเป็น "ภาษีสังคม" ที่กัดเซาะรายได้เดือนต่อเดือน จนในที่สุดต้องพึ่งพาการกู้ยืมมาแก้ปัญหาชั่วคราวเมื่อหนี้ในระบบเต็มวงเงิน ธนาคารและสถาบันการเงินปิดประตูเพราะรายได้ไม่พอรองรับการกู้เพิ่ม หนี้นอกระบบจึงกลายเป็นทางเลือกเดียว ความง่ายในการเข้าถึง ไม่ต้องใช้เอกสารยุ่งยาก ได้เงินไว ทำให้หลายคนตัดสินใจกู้ในยามฉุกเฉิน บางรายต้องการเงินจัดงานศพให้คนในครอบครัว บางรายลงทุนทำธุรกิจเสริมแต่กลับขาดทุน แล้วต้องหันไปกู้จากอีกที่หนึ่งมาโปะหนี้เดิม จนกลายเป็นวงจรดินพอกหางหมูที่ไม่มีวันจบสิ้นแต่สิ่งที่ตามมาคือฝันร้ายที่แสนเจ็บปวด การทวงหนี้ที่ข่มขู่คุกคาม การถูกรุมทำร้ายร่างกาย การถ่ายคลิปประจานลงโซเชียล หรือแม้แต่การบุกมาทวงหนี้ที่ที่ทำงานจนเสียชื่อเสียง บางคนสูญเสียงาน สูญเสียครอบครัว และสูญเสียศักดิ์ศรี แม้กฎหมายจะมีบทบัญญัติคุ้มครองลูกหนี้ ห้ามคิดดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปี และห้ามทวงหนี้ด้วยวิธีการรุนแรง แต่ในความเป็นจริง การบังคับใช้กฎหมายยังไม่เข้มงวดเพียงพอที่จะปกป้องผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ ปัญหานี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการเงินส่วนบุคคล แต่เป็นวิกฤตเชิงโครงสร้างที่ต้องการการแก้ไขอย่างจริงจัง #ทนายโตนงพาการกู้ยืมมาแก้ปัญหาชั่วคราวเมื่อหนี้ในระบบเต็มวงเงิน ธนาคารและสถาบันการเงินปิดประตูเพราะรายได้ไม่พอรองรับการกู้เพิ่ม หนี้นอกระบบจึงกลายเป็นทางเลือกเดียว ความง่ายในการเข้าถึง ไม่ต้องใช้เอกสารยุ่งยาก ได้เงินไว ทำให้หลายคนตัดสินใจกู้ในยามฉุกเฉิน บางรายต้องการเงินจัดงานศพให้คนในครอบครัว บางรายลงทุนทำธุรกิจเสริมแต่กลับขาดทุน แล้วต้องหันไปกู้จากอีกที่หนึ่งมาโปะหนี้เดิม จนกลายเป็นวงจรดินพอกหางหมูที่ไม่มีวันจบสิ้นแต่สิ่งที่ตามมาคือฝันร้ายที่แสนเจ็บปวด การทวงหนี้ที่ข่มขู่คุกคาม การถูกรุมทำร้ายร่างกาย การถ่ายคลิปประจานลงโซเชียล หรือแม้แต่การบุกมาทวงหนี้ที่ที่ทำงานจนเสียชื่อเสียง บางคนสูญเสียงาน สูญเสียครอบครัว และสูญเสียศักดิ์ศรี แม้กฎหมายจะมีบทบัญญัติคุ้มครองลูกหนี้ ห้ามคิดดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปี และห้ามทวงหนี้ด้วยวิธีการรุนแรง แต่ในความเป็นจริง การบังคับใช้กฎหมายยังไม่เข้มงวดเพียงพอที่จะปกป้องผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ ปัญหานี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการเงินส่วนบุคคล แต่เป็นวิกฤตเชิงโครงสร้างที่ต้องการการแก้ไขอย่างจริงจัง #ทนายโตน
พื่อแสดงความมั่นคง หรือค่าใช้จ่ายในงานบุญงานประเพณีที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ สิ่งเหล่านี้สะสมเป็น "ภาษีสังคม" ที่กัดเซาะรายได้เดือนต่อเดือน จนในที่สุดต้องพึ่เมื่อหนี้นอกระบบกลายเป็นทางเลือกสุดท้าย ในสังคมที่ค่าครองชีวิตพุ่งสูงและค่านิยมการแสดงออกทางสังคมกดดันหนัก หลายคนพบว่าตัวเองติดกับดักหนี้สินโดยไม่รู้ตัว การรักษาหน้าตาและสถานภาพทางสังคมกลายเป็นภาระที่หนักกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้าน ซื้อรถเพื่อแสดงความมั่นคง หรือค่าใช้จ่ายในงานบุญงานประเพณีที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ สิ่งเหล่านี้สะสมเป็น "ภาษีสังคม" ที่กัดเซาะรายได้เดือนต่อเดือน จนในที่สุดต้องพึ่งพาการกู้ยืมมาแก้ปัญหาชั่วคราวเมื่อหนี้ในระบบเต็มวงเงิน ธนาคารและสถาบันการเงินปิดประตูเพราะรายได้ไม่พอรองรับการกู้เพิ่ม หนี้นอกระบบจึงกลายเป็นทางเลือกเดียว ความง่ายในการเข้าถึง ไม่ต้องใช้เอกสารยุ่งยาก ได้เงินไว ทำให้หลายคนตัดสินใจกู้ในยามฉุกเฉิน บางรายต้องการเงินจัดงานศพให้คนในครอบครัว บางรายลงทุนทำธุรกิจเสริมแต่กลับขาดทุน แล้วต้องหันไปกู้จากอีกที่หนึ่งมาโปะหนี้เดิม จนกลายเป็นวงจรดินพอกหางหมูที่ไม่มีวันจบสิ้นแต่สิ่งที่ตามมาคือฝันร้ายที่แสนเจ็บปวด การทวงหนี้ที่ข่มขู่คุกคาม การถูกรุมทำร้ายร่างกาย การถ่ายคลิปประจานลงโซเชียล หรือแม้แต่การบุกมาทวงหนี้ที่ที่ทำงานจนเสียชื่อเสียง บางคนสูญเสียงาน สูญเสียครอบครัว และสูญเสียศักดิ์ศรี แม้กฎหมายจะมีบทบัญญัติคุ้มครองลูกหนี้ ห้ามคิดดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปี และห้ามทวงหนี้ด้วยวิธีการรุนแรง แต่ในความเป็นจริง การบังคับใช้กฎหมายยังไม่เข้มงวดเพียงพอที่จะปกป้องผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ ปัญหานี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการเงินส่วนบุคคล แต่เป็นวิกฤตเชิงโครงสร้างที่ต้องการการแก้ไขอย่างจริงจัง #ทนายโตนงพาการกู้ยืมมาแก้ปัญหาชั่วคราวเมื่อหนี้ในระบบเต็มวงเงิน ธนาคารและสถาบันการเงินปิดประตูเพราะรายได้ไม่พอรองรับการกู้เพิ่ม หนี้นอกระบบจึงกลายเป็นทางเลือกเดียว ความง่ายในการเข้าถึง ไม่ต้องใช้เอกสารยุ่งยาก ได้เงินไว ทำให้หลายคนตัดสินใจกู้ในยามฉุกเฉิน บางรายต้องการเงินจัดงานศพให้คนในครอบครัว บางรายลงทุนทำธุรกิจเสริมแต่กลับขาดทุน แล้วต้องหันไปกู้จากอีกที่หนึ่งมาโปะหนี้เดิม จนกลายเป็นวงจรดินพอกหางหมูที่ไม่มีวันจบสิ้นแต่สิ่งที่ตามมาคือฝันร้ายที่แสนเจ็บปวด การทวงหนี้ที่ข่มขู่คุกคาม การถูกรุมทำร้ายร่างกาย การถ่ายคลิปประจานลงโซเชียล หรือแม้แต่การบุกมาทวงหนี้ที่ที่ทำงานจนเสียชื่อเสียง บางคนสูญเสียงาน สูญเสียครอบครัว และสูญเสียศักดิ์ศรี แม้กฎหมายจะมีบทบัญญัติคุ้มครองลูกหนี้ ห้ามคิดดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปี และห้ามทวงหนี้ด้วยวิธีการรุนแรง แต่ในความเป็นจริง การบังคับใช้กฎหมายยังไม่เข้มงวดเพียงพอที่จะปกป้องผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ ปัญหานี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการเงินส่วนบุคคล แต่เป็นวิกฤตเชิงโครงสร้างที่ต้องการการแก้ไขอย่างจริงจัง #ทนายโตน

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น