พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 ซึ่งกำหนดองค์ประกอบความผิดว่า ผู้สั่งจ่ายเช็คต้องมีหนี้ที่มีอยู่จริงและถึงกำหนดชำระ และออกเช็คเพื่อชำระหนี้นั้น หากต่อมาธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน เช่น เนื่องจาก “สั่งระงับการจ่าย” ย่อมเข้าองค์ประกอบความผิดตามกฎหมายดังกล่าว ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงที่ว่าเป็นการออกเช็คล่วงหน้า มิได้ทำให้พ้นความรับผิด หากเจตนาแท้จริงคือใช้เช็คเป็นเครื่องมือชำระหนี้ ในกรณีที่ผู้รับเช็คไม่นำเช็คไปเรียกเก็บเงินภายในระยะเวลาที่ระบุหน้าตั๋วเช็ค ประเด็นสำคัญคือกฎหมายกำหนดให้ต้องนำเช็คไปขึ้นเงินภายในกำหนดเวลาอันสมควร ไม่ควรเกิน 6 เดือนนับแต่วันออกเช็ค หากพ้นกำหนดนี้ สิทธิในการดำเนินคดีอาญาอาจระงับได้ แต่ไม่ว่าเช็คนั้นจะเป็นความผิดทางอาญาหรือไม่ผู้สั่งจ่ายยังคงต้องรับผิดทางแพ่งเสมอ
ข้อเท็จจริงที่ธนาคารคืนเช็คเพราะ “สั่งระงับการจ่าย” ถือเป็นการกระทำโดยเจตนาของผู้สั่งจ่าย เข้าลักษณะหลีกเลี่ยงการชำระหนี้ สั่งห้ามจ่ายโดยไม่มีเหตุอันสมควร ย่อมเป็นความผิดอาญาได้ ดังนั้น ผู้สั่งจ่ายเช็คต้องรับโทษทางอาญา เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่ามีเหตุอันชอบด้วยกฎหมาย เช่น เช็คสูญหายหรือมีการทุจริต การออกเช็คล่วงหน้าเพื่อประกันหนี้ ไม่มีเจตนาชำระหนี้ในทันทีที่ออก กรณีนี้ไม่มีความผิดทางอาญา แต่เป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้น ซึ่งเป็นข้อยกเว้น
#Dr.Tanaitoan
 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้