ข่มขู่ว่าจะถูกดำเนินคดี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสรีภาพ ชื่อเสียง และทรัพย์สิน หากไม่โอนเงินให้กับผู้กล่าวหา องค์ประกอบครบถ้วนตามความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ ฎ.467/2530 การข่มขู่ว่าจะฟ้องร้องดำเนินคดี หากไม่ยอมชำระหนี้ ถือเป็นการขู่เข็ญด้วยประการอื่นใด อันทำให้ผู้ถูกขู่เข็ญกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อเสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สิน จึงเป็นความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ ฎ. 3614/2544การที่จำเลยขู่เข็ญผู้เสียหายว่าจะแจ้งความดำเนินคดี หากไม่ยอมคืนเงินค่าจ้างที่เรียกเกินไป ถือเป็นการกรรโชกทรัพย์ แม้ว่าจำเลยจะมีสิทธิเรียกร้องเงินคืนก็ตาม #ทนายโตน
คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๑๒๔/๒๕๖๒ เป็นคดีระหว่างบริษัท ป. จำกัด กับกรมศุลกากรเรื่องเงินเพิ่มอากรขาเข้า บริษัทโจทก์นำเข้าเครื่องทำความสะอาดด้วยระบบไอน้ำจากจีน 3 ครั้ง ในปี 2558-2559 โดยแสดงประเภทสินค้า ๔๕๐๙.๔๐.๙๐ ตามที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรเคยวินิจฉัยให้ในปี 2556 ต่อมากรมศุลกากรตรวจพบว่าควรจัดเป็นประเภท ๘๕๑๖.๗๙.๙๐ และประเมินให้ชำระอากรเพิ่มพร้อมเงินเพิ่ม ศาลฎีกาพิจารณาตามพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 ที่ใช้บังคับขณะนำเข้า และเห็นว่าโจทก์ไม่ได้ตั้งใจลักลอบหนีศุลกากรหรือแสดงข้อมูลเท็จ แต่เข้าใจโดยสุจริตใจตามคำวินิจฉัยของเจ้าหน้าที่ที่เคยให้ไว้ก่อนหน้า ศาลฎีกาพิพากษาว่ากรมศุลกากรไม่มีสิทธิเรียกเก็บเงินเพิ่มอากรขาเข้า เพราะการชำระอากรขาดเกิดจากการตรวจพบของเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่จากการแสดงเท็จหรือลักลอบหลีกเลี่ยงของผู้นำเข้า ตามมาตรา 112 จัตวา และมาตรา 102 ตรี อนุมาตรา 3 แห่งพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 คำพิพากษานี้วางหลักสำคัญว่าผู้ประกอบการที่ปฏิบัติด้วยความสุจริตใจและเชื่อถือการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ควรถูกลงโทษด้วยการเรียกเก็บเงินเพิ่ม #ทนายโตน #0945241915

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น