ได้รับข้อความข่มขู่ว่าจะฆ่าจากแฟนเก่า ประกอบกับการบอกว่าจะมาหาถึงที่ทำงานจนทำให้เกิดความกลัว ไม่กล้าไปทำงาน ประเด็นทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องมีดังนี้
1. ความผิดฐานข่มขู่
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 392 บัญญัติว่า "ผู้ใดข่มขู่ว่าจะทำร้ายร่างกาย ผู้อื่น โดยทำให้กลัวว่าจะทำร้ายนั้นจริง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท"
องค์ประกอบความผิด
มีการข่มขู่ว่าจะทำร้ายร่างกาย
การข่มขู่นั้นทำให้ผู้ถูกข่มขู่เกิดความกลัวว่าจะถูกทำร้ายจริง
2. ข้อความแชทเป็นพยานหลักฐานได้
พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 7 บัญญัติว่า "ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ที่สร้างขึ้น ส่ง รับ หรือเก็บรักษาไว้ โดยระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีลักษณะ ดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าเป็นเอกสาร ตามกฎหมายว่าด้วย หลักฐาน"
ข้อความแชทที่บันทึกไว้ในโทรศัพท์มือถือ ถือเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
ข้อความแชทดังกล่าวสามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดีได้
3. ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
ฎีกาที่ 1363/2505 “จำเลยพูดข่มขู่ผู้เสียหายว่า มึงจะเอาอย่างไร กูจะแทงให้ไส้ไหล โดยจำเลยถือมีดปลายแหลมอยู่ในมือขณะพูด คำพูดของจำเลยดังกล่าว ประกอบกับกิริยาอาการที่ถือมีดอยู่ในมือ ย่อมทำให้ผู้เสียหาย เกิดความกลัวว่าจำเลยจะทำร้ายร่างกายให้เป็นจริงได้”
4. การแจ้งความดำเนินคดี
สามารถนำข้อความแชทที่แฟนเก่าส่งมาข่มขู่ ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีอาญากับแฟนเก่า ในความผิดฐานข่มขู่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 392 ได้ #ทนายโตน
คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๑๒๔/๒๕๖๒ เป็นคดีระหว่างบริษัท ป. จำกัด กับกรมศุลกากรเรื่องเงินเพิ่มอากรขาเข้า บริษัทโจทก์นำเข้าเครื่องทำความสะอาดด้วยระบบไอน้ำจากจีน 3 ครั้ง ในปี 2558-2559 โดยแสดงประเภทสินค้า ๔๕๐๙.๔๐.๙๐ ตามที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรเคยวินิจฉัยให้ในปี 2556 ต่อมากรมศุลกากรตรวจพบว่าควรจัดเป็นประเภท ๘๕๑๖.๗๙.๙๐ และประเมินให้ชำระอากรเพิ่มพร้อมเงินเพิ่ม ศาลฎีกาพิจารณาตามพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 ที่ใช้บังคับขณะนำเข้า และเห็นว่าโจทก์ไม่ได้ตั้งใจลักลอบหนีศุลกากรหรือแสดงข้อมูลเท็จ แต่เข้าใจโดยสุจริตใจตามคำวินิจฉัยของเจ้าหน้าที่ที่เคยให้ไว้ก่อนหน้า ศาลฎีกาพิพากษาว่ากรมศุลกากรไม่มีสิทธิเรียกเก็บเงินเพิ่มอากรขาเข้า เพราะการชำระอากรขาดเกิดจากการตรวจพบของเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่จากการแสดงเท็จหรือลักลอบหลีกเลี่ยงของผู้นำเข้า ตามมาตรา 112 จัตวา และมาตรา 102 ตรี อนุมาตรา 3 แห่งพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 คำพิพากษานี้วางหลักสำคัญว่าผู้ประกอบการที่ปฏิบัติด้วยความสุจริตใจและเชื่อถือการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ควรถูกลงโทษด้วยการเรียกเก็บเงินเพิ่ม #ทนายโตน #0945241915

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น