บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก พฤศจิกายน, 2025
ในระบบดอกลอย ลูกหนี้ต้องจ่ายเงินค่าดอกเบี้ยสูงถึง 72,000 บาทต่อปี สำหรับเงินกู้เพียง 10,000 บาท โดยที่หนี้สินยังคงค้างอยู่เท่าเดิม  
รูปภาพ
ปัญหาหนี้นอกระบบเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สำคัญของไทย เกิดจากการเข้าถึงบริการทางการเงินที่จำกัด ทำให้ประชาชนต้องพึ่งพาแหล่งเงินกู้ผิดกฎหมายที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงและรูปแบบการทวงหนี้ที่ละเมิดสิทธิ ปัจจุบันรูปแบบการกระทำผิดได้วิวัฒนาการไปสู่ "การจำนำจอด" รถยนต์ที่ติดไฟแนนซ์ ซึ่งสร้างความเสี่ยงทางกฎหมายฐานยักยอกทรัพย์และรับของโจรแก่ผู้กู้และผู้รับจำนำ รวมถึงภัยคุกคามทางไซเบอร์จาก "แอปพลิเคชันเงินกู้เถื่อน" ที่มีการดูดข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อใช้ในการข่มขู่ ในด้านกฎหมาย ภาครัฐใช้เครื่องมือหลักคือ พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 ซึ่งกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี สำหรับผู้ที่เรียกดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปี และ พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 เพื่อจัดการกับเครือข่ายอาชญากรรมทางเศรษฐกิจหรือแชร์ลูกโซ่ โดยมีบทลงโทษรุนแรงจำคุก 5-10 ปี สำหรับการดำเนินการแก้ไขในช่วงปี 2566-2567 กระทรวงมหาดไทยได้เปิดลงทะเบียนและไกล่เกลี่ยหนี้ ซึ่งประสบความสำเร็จในการลดมูลหนี้รวมได้กว่า 1,126 ล้านบาท ควบคู่ไปกับการใช้กลไกตลาดผ่านสินเชื่อ Pico Finance แล...
รูปภาพ
  “ประเทศไทยควรเดินหน้าต่ออย่างไร เมื่อคนที่ควรปกป้องกฎหมาย กลับถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดเสียเอง” คำถามที่ไม่มีใครอยากตอบ แต่สังคมต้องถาม เว็บพนันมีอำนาจมากพอที่จะ “ซื้อ” เจ้าหน้าที่ระดับสูงจริงหรือไม่? เหตุใดการสอบวินัยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยังไม่เริ่ม แม้มีข้อมูลเบื้องต้น? นักการเมืองที่ถูกกล่าวหาว่ารับเงิน 72 ล้าน จะถูกตรวจสอบอย่างโปร่งใสหรือไม่? ระบบราชการไทยพร้อมจะเผชิญกับการปฏิรูปจริงจังหรือยัง? และคำถามสุดท้าย… แล้วคนไทยจะต้องทนอยู่กับวงจรนี้อีกนานเท่าไร?
รูปภาพ
แอปพลิเคชันเงินกู้นอกระบบมีไม้ตาย  คือการคุกคามทางไซเบอร์โดยใช้ข้อมูลส่วนบุคคล การประจานและทำลายชื่อเสียงของผู้กู้ยืม และคุกคามโดยการจ้างบริษัททวงหนี้ในพื้นที่ จากการสืบสวนจับกุมเครือข่ายแอปพลิเคชัน TRUE CASH PRO มีการว่าจ้างบริษัททวงหนี้ติดตามผู้กู้ยืมถึงห้าพันราย ข้อเท็จจริงจึงยืนยันได้ว่ามีการบุกเข้าไปข่มขู่ถึงบ้านและการข่มขู่ทำร้ายร่างกาย ดังนั้น คำขู่ว่าจะจ้างคนลงพื้นที่มีความน่าเชื่อถือในระดับหนึ่ง ผู้เสียหายจึงควรเตรียมตัวและความระมัดระวัง พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นกฎหมายหลักที่ห้ามผู้ทวงหนี้ข่มขู่ คุกคาม เปิดเผยข้อมูลความเป็นหนี้ หรือทวงหนี้กับบุคคลที่สาม โทษสูงสุดคือจำคุกห้าปีหรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ ความผิดฐานข่มขู่ มาตรา ๓๒๖ ความผิดฐานหมิ่นประมาท และมาตรา ๓๕๘ ความผิดฐานบุกรุกอาคาร # จ้างทนายพาไปแจ้งความ # ไม่มีทนายทำไมตำรวจไม่รับแจ้ง # ทนายโตน